๑๑.๒ เราได้สั่งสมความคิดความเชื่อเรื่องอัตตาตัวตน มาตลอดสังสารวัฏอันไม่มีที่สิ้นสุด ที่เราเวียนว่ายตายเกิดอยู่นี้ ทารกตั้งแต่แรกเกิดก็คิด ก็รู้สึกสัมผัสต่างๆ และยึดติดในอัตตาความเป็นตัวตนในทันที สืบต่อมาจากชาติที่แล้ว ตามพระธรรมคำสั่งสอน ความรู้สึกแรกเมื่อเกิดในภพชาติใหม่ คือความยินดีที่ได้เกิดมา ที่ได้เป็นชีวิต ต่อมาก็เป็นการรับรู้สิ่งอื่นๆ เช่น ความสบาย ความไม่สบาย อาหาร มารดา ฯลฯ ตลอดไปจนถึงการรู้จักพูดเป็นถ้อยคำ ถ้าหากว่าเป็นสัตว์ประเสริฐคือมนุษย์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเทศนาสั่งสอนว่า การรู้อารมณ์ การเชื่อว่ามีตัวตนมีสัตว์บุคคล เป็นเรื่องธรรมดา รู้กันยึดถือกันมานานจนนับเวลาไม่ได้ กระนั้นพระพุทธองค์ก็ทรงพร่ำสอนเรา ให้เข้าใจ ให้ระลึกรู้ และให้ตระหนักสภาพธรรมตามที่เป็นจริงที่ว่า ธรรมทุกอย่างเกิดขึ้นแล้วก็ดับไป ไม่มีที่สิ้นสุด ตราบใดที่เราไม่รู้แจ้ง เห็นความจริงข้อนี้ เราก็จะยังคงหลงผิดเชื่อผิดไปตามความผูกพันยึดมั่น ว่าเป็นเราหรือเป็นสัตว์เป็นบุคคลเป็นตัวตน และเมื่อสิ่งดีๆ อันเป็นอิฏฐารมณ์เกิดแก่ "เรา" หรือผู้ที่ "เรา" รัก ก็ย่อมเกิดความพอใจ ความดีใจ ความสุขใจ แต่เมื่อใดเกิดสิ่งร้ายๆ ขึ้น ก็จะมีความไม่พอใจ ความโกรธ ความทุกข์ทรมานใจ เป็นเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตลอดชั่วเวลาที่เราคิดว่าเป็นชั่วชีวิตหนึ่ง ซึ่งอันที่จริงแล้วก็เป็นเพียงภพชาติหนึ่ง ในการเกิดนับแสนนับล้านนับอสงไขยครั้งที่ผ่านมาแล้ว และที่จะมีต่อมาอีกในภายหน้า