นอกจากทรงแสดงสภาพของจิตและเจตสิกโดย ชาติ ๔ คือ กุศล อกุศล วิบาก กิริยา แล้ว
พระผู้มีพระภาคยังทรงจำแนกธรรมโดยนัยอื่น คือ โดยธรรมหมวด ๓ ได้แก่
กุสลา ธมฺมา ธรรมที่เป็นกุศล ๑
อกุสลา ธมฺมา ธรรมที่เป็นอกุศล ๑
อพฺยากตา ธมฺมา ธรรมที่เป็นอัพยากตะ ๑
อัพยากตธรรม คือ ปรมัตถธรรมใดๆ ทั้งหมดที่ไม่ใช่กุศลธรรมและอกุศลธรรม
ฉะนั้น เมื่อจำแนกจิตและเจตสิกโดยธรรม ๓ หมวด คือ กุศลธรรม อกุศลธรรมและอัพยากตธรรม
จิตและเจตสิกที่เป็นอัพยากตธรรม ก็ได้แก่วิบากจิตและวิบากเจตสิก กิริยาจิตและกิริยาเจตสิก
เมื่อจำแนกปรมัตถธรรม ๔ คือ จิต เจตสิก รูป นิพพาน โดยประเภทของกุศลธรรม
อกุศลธรรมและอัพยากตธรรมนั้น
|
กุศลจิตและเจตสิก |
เป็น |
กุศลธรรม |
|
อกุศลจิตและเจตสิก |
เป็น |
อกุศลธรรม |
|
วิบากจิตและเจตสิก |
เป็น |
อัพยากตธรรม |
|
กิริยาจิตและเจตสิก |
เป็น |
อัพยากตธรรม |
|
รูปทุกรูป |
เป็น |
อัพยากตธรรม |
|
นิพพาน |
เป็น |
อัพยากตธรรม |
คำถามทบทวน
๑. รูปเป็นสัมปยุตตธรรมกับนามได้ไหม
๒. รูปเป็นสัมปยุตตธรรมกับรูปได้ไหม
๓. สิ่งที่ปรากฏทางตา เป็นกุศลธรรม หรืออัพยากตธรรม เพราะเหตุใด
๔. จิตเห็น เป็นกุศลธรรม หรืออกุศลธรรม หรืออัพยากตธรรม เพราะเหตุใด
๕. นิพพาน เป็นกุศลธรรม ใช่ไหม
๖. จิตประเภทใดไม่มีชาติ
๗. จิตเป็นสัมปยุตตธรรมกับอะไร ขณะไหน
๘. จิตดวงหนึ่งเป็นสัมปยุตตธรรมกับจิตอีกดวงหนึ่งได้ไหม
๙. อกุศลธรรมเป็นสัมปยุตตธรรมกับกุศลธรรมได้ไหม
๑๐. นิพพานเป็นสัมปยุตตธรรมกับอะไร
๒๔ พฤษภาคม ๒๕๔๓