
| ในอัฏฐสาลินีอรรถกถาธรรมสังคณีปกรณ์ อุปมาการเกิดขึ้นรับรู้อารมณ์ของวิถีจิตทางปัญจทวารว่า
พระราชาองค์หนึ่งบรรทมหลับอยู่บนแท่นบรรทม มหาดเล็กคนหนึ่งถวายนวดพระยุคลบาทอยู่
นายทวารหูหนวกยืนอยู่ที่พระทวารทหารยาม ๓ คนยืนเรียงลำดับอยู่
ทีนั้นยังมีคนบ้านนอกคนหนึ่งถือเครื่องราชบรรณาการมาเคาะประตูเรียก
นายทวารหูหนวกไม่ได้ยินเสียง มหาดเล็กผู้ถวายนวดพระยุคลบาทจึงให้สัญญาณ
นายทวารหูหนวกจึงเปิดประตูดูด้วยสัญญาณนั้น ทหารยามคนที่หนึ่งรับเครื่องราชบรรณาการส่งให้คนที่สอง คนที่สองส่งให้คนที่สาม คนที่สามทูลเกล้าฯ ถวายพระราชาพระราชาเสวย คำอุปมาเปรียบเทียบแสดงให้เห็น
วิถีจิต ที่เกิดขึ้นรับรู้อารมณ์แต่ละขณะว่า ขณะที่อารมณ์กระทบกับจักขุปสาท
เปรียบเหมือนคนบ้านนอกที่ถือเครื่องบรรณาการมาเคาะที่พระทวาร
มหาดเล็กที่ถวายงานนวดพระยุคลบาทของพระราชา คือ ปัญจทวาราวัชชนจิต
เป็นขณะที่รู้ว่ามีแขกมาเคาะที่ทวาร จึงให้สัญญาณคือรู้อารมณ์ที่กระทบ แล้วก็ดับไป จักขุวิญญาณจิต
ก็เกิดขึ้นสืบต่อทำกิจเห็นที่จักขุปสาท แล้วต่อจากนั้นทหารยามคนที่หนึ่งคือ สัมปฏิจฉันนจิต
ก็รับเครื่องราชบรรณาการส่งให้คนที่สอง
คือ สันตีรณจิต คนที่สองส่งให้คนที่สามคือ โวฏฐัพพนจิต คนที่สามทูลเกล้าฯ ถวายพระราชาคือ
ชวนจิต พระราชาได้เสวยเครื่องราชบรรณาการคือ อารมณ์นั้น
มีคำอธิบายว่า ข้อเปรียบเทียบนั้นแสดงเนื้อความอะไรแสดงเนื้อความว่า อารมณ์มีกิจ คือ หน้าที่เพียงกระทบปสาทเท่านั้น คนบ้านนอกไม่ได้เข้าไปเฝ้าพระเจ้าแผ่นดิน แต่เครื่องราชบรรณาการส่งต่อจากคนที่หนึ่ง-สอง-สาม แล้วจึงถึงพระราชา และ จักขุวิญญาณจิตเท่านั้นที่กระทำกิจเป็นอารมณ์ที่กระทบทวาร อารมณ์สามารถเพียงกระทบปสาทรูปเท่านั้น แต่ว่าจิตเกิดขึ้นรู้อารมณ์สืบต่อกันโดยอารมณ์ไม่ได้ข้ามพ้น หรือล่วงล้ำปสาทเข้าไปสู่ที่อื่นเลย
เมื่อพิจารณาคำอุปมานี้ก็เข้าใจการเปรียบวิถีจิตที่เกิดขึ้นทำกิจแต่ละขณะว่า จักขุวิญญาณจิตกระทำกิจ
เป็นที่จักขุปสาทรูปซึ่งเป็นจักขุทวาร เหมือนนายทวารที่เปิดประตูดูที่ทวาร
สัมปฏิจฉันนะเป็นทหารยามคนที่หนึ่งที่รับเครื่องราชบรรณการส่งให้คนที่สอง
เพราะเมื่อจักขุวิญญาณจิตกระทำกิจเห็นแล้วก็ดับไป จักขุวิญญาณจิตจะกระทำกิจรับอารมณ์อย่างสัมปฏิจฉันนะไม่ได้
เพราะว่าจักขุวิญญาณกระทำทัสสนกิจได้อย่างเดียว คือ เห็นที่ทวารคือที่ปสาทรูปเท่านั้น
แต่สัมปฏิจฉันนจิตเป็นดุจทหารยามคนที่หนึ่งที่ทำกิจรับอารมณ์ แล้วส่งให้ทหารยามคนที่สอง
คือสันตีรณะ ซึ่งพิจารณาอารมณ์แล้วส่งต่อให้โวฏฐัพพนจิตตัดสิน แล้วส่งต่อให้พระราชาคือชวนวิถีจิตทำกิจเสวย
คือ เสพเครื่องราชบรรณาการนั้น
๒๔ มิถุนายน ๒๕๔๓ |
![]() |
![]() |